ความสัมพันธ์ระหว่างการยอมรับเทคโนโลยี การรับรู้ความเสี่ยงและแนวโน้มพฤติกรรมในการใช้บริการออนไลน์แอปพลิเคชัน ทรูมันนี่ วอลเล็ทของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร

  • อรรถพงศ์ งานขยัน, รสิตา สังข์บุญนาค 0982455956

Abstract

งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการยอมรับเทคโนโลยี การรับรู้ความเสี่ยง และแนวโน้มพฤติกรรมในการใช้บริการออนไลน์แอปพลิเคชัน ทรูมันนี่ วอลเล็ท ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างคือ ลูกค้าที่ใช้แอปพลิเคชัน ทรูมันนี่ วอลเล็ทในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 400 คน ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล โดยสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุ     26-36 ปี สถานภาพโสด สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน  น้อยกว่า 15,000 บาท และประกอบอาชีพพนักงานบริษัทเอกชน และใช้การวิเคราะห์สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อย่างง่ายของเพียร์สัน    เพื่อทดสอบสมมติฐาน


ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า ปัจจัยด้านการยอมรับเทคโนโลยี ประกอบไปด้วย 1) ด้านการรับรู้ขั้นตอนการใช้งาน  และ 2) ด้านการรับรู้ถึงประโยชน์  มีความสัมพันธ์กับแนวโน้มพฤติกรรมในการใช้บริการออนไลน์แอปพลิเคชัน ทรูมันนี่ วอลเล็ท ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับสถิติ 0.01 โดยมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกัน ระดับปานกลาง ส่วนปัจจัยด้านการรับรู้ความเสี่ยง ประกอบไปด้วย 1) ด้านความปลอดภัย และ         2) ด้านความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน มีความสัมพันธ์กับแนวโน้มพฤติกรรมในการใช้บริการแอปพลิเคชัน ทรูมันนี่ วอลเล็ท อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันที่ระดับค่อนข้างต่ำ และระดับค่อนข้างสูง ตามลำดับ


The aim of this research aimed to study the relationship between technology acceptance, perceived risk and behavioral trends an using the True Money Wallet mobile application among customers in Bangkok. The sample consisted of four hundred customers in the Bangkok metropolitan area. A questionnaire was employed for data collection. The data were analyzed by statistical methods including percentage, mean and standard deviation. These hypotheses were tested by utilizing the Pearson Simple Correlation. The research found that most respondents were female, aged twenty six to thirty six, single, graduated university with a Bachelor's degree, worked in a private company, and earned a monthly income of less than 15,000 Baht.


The hypothesis results of the testing found that the factor of the technology acceptance model included: 1) perceived usefulness and 2) perceived ease of use had a relationship with behavioral trends to use the True Money Wallet mobile application in Bangkok was statistically significant at a level of 0.01 with moderate correlation in the same direction. The perceived risk factor included: 1) security and 2) privacy concerns had a relationship with behavioral trends regarding the use of the mobile application of customers in Bangkok was statistically significant at a level of 0.01, which was relatively low and high, respectively.


 

Published
2018-09-09
How to Cite
รสิตา สังข์บุญนาค, อรรถพงศ์ งานขยัน,. ความสัมพันธ์ระหว่างการยอมรับเทคโนโลยี การรับรู้ความเสี่ยงและแนวโน้มพฤติกรรมในการใช้บริการออนไลน์แอปพลิเคชัน ทรูมันนี่ วอลเล็ทของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ, [S.l.], p. 55 - 71, sep. 2018. ISSN 2539-5939. Available at: <http://journal.svit.ac.th/index.php/1/article/view/154>. Date accessed: 15 nov. 2018.