ความสัมพันธ์ระหว่างความฉลาดทางสุขภาพและปัจจัยส่วนบุคคลกับพฤติกรรมสุขภาพ ในกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

  • แจ่มจันทร์ วรรณปะเก, ธนิดา ผาติเสนะ วิทยาลัยนครราชสีมา

Abstract

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา แบบภาคตัดขวาง (cross sectional study)  มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยงโรคความดัน   โลหิตสูง ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 300 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ สถิติการทดสอบไคสแควร์ (Chi-Square Test) และสถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson’s Product Moment Correlation Coefficient)


ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 60.0 เพศชาย ร้อยละ 40.0 อายุเฉลี่ย 34.43 ปี ดัชนีมวลกายเฉลี่ย 38.12 กก./ม.2 มีสถานภาพสมรส ร้อยละ 49.0 การศึกษาต่ำกว่ามัธยมศึกษา ร้อยละ 50.7 มีอาชีพนอกภาคเกษตรกรรม (ค้าขาย, รับจ้าง) ร้อยละ 48.7 มีรายได้ต่อเดือนเฉลี่ย 9,155.67 บาท กลุ่มตัวอย่างมีความรู้ ความเข้าใจด้านสุขภาพอยู่ในระดับสูง ร้อยละ 54.7 การเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 43.3 การสื่อสารข้อมูลสุขภาพอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 47.0 การจัดการตนเองด้านสุขภาพอยู่ในระดับต่ำ ร้อยละ 39.7 การรู้เท่าทันสื่อด้านสุขภาพอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 49.0 การตัดสินใจด้านสุขภาพในระดับดี ร้อยละ 72.3 และพฤติกรรมสุขภาพอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 68.0 โรคความดันโลหิตสูง ได้แก่ การเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพ การสื่อสารข้อมูลสุขภาพ การจัดการตนเองด้านสุขภาพ การรู้เท่าทันสื่อด้านสุขภาพ และการตัดสินใจด้านสุขภาพ มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับพฤติกรรมสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = .176, .211, .349, .243 และ .188, P-value < .05)


This study is cross sectional study and aimed to study the relationship between health literacy and personal factors with health beharior among risk group with hypertension in Talad  sub-district, Muang district, Nakhon Ratchasima province. The samples were 300 students. Data were collected by questionnaires. Descriptive data were analyzed by descriptive statistic such as frequency percentage mean and standard deviation, Chi-square test and Pearson’s product moment correlation coefficient.


The results showed that majority was 60.0 % female and 40.0 % man, the average age was 34.43 %, body mass index was 25.69 kg/m2, the marital status was 49.0 %, the education was lower than primary level was 50.7 %, Non-agricultural occupation (trade, hire) was 48.7 %, the average income was 9,155.67 baht. The sample group had health cognitive was at the high level in 54.7 %, health access was at the moderate level in  43.3 %, health communication was at the moderate level in 47.0 %, health self-management were at the low level in 39.7 %, health media literacy was at the moderate level in  49.0 %, health decision was at the good level in 72.3 % and health behavior was at the moderate level in 68.0 %. Factors related between health literacy with health behavior among risk group with hypertension had health access, health communication, health self-management, health media literacy and health decision had the positive relationship with health behavior among risk group hypertension with statistical significant. (r = .176, .211, .349, .243 และ .188, P-value < .05).

Published
2018-09-17
How to Cite
ธนิดา ผาติเสนะ, แจ่มจันทร์ วรรณปะเก,. ความสัมพันธ์ระหว่างความฉลาดทางสุขภาพและปัจจัยส่วนบุคคลกับพฤติกรรมสุขภาพ ในกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา. วารสารสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ, [S.l.], p. 177 - 186, sep. 2018. ISSN 2539-5939. Available at: <http://journal.svit.ac.th/index.php/1/article/view/169>. Date accessed: 15 nov. 2018.